11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อพ้นความทุกข์ใจที่ช่วง

ดูหนัง netflix คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในช่วงกักตัวจากไวรัสโควิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะเราจะมาเชิญทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต คนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ฉะนั้น หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ปัญหาชีวิต เราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ รวมทั้งในท้ายที่สุด แม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเราไม่ได้ก็ตาม แม้กระนั้นขั้นต่ำเราก็เชื่อว่าช่วงของหนังที่มีมุมมองด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนถึงตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบประโลมทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในทีมนักบินอวกาศขององค์การนาซานั้นคงไม่มีใครหนักหน่วงเท่าอีกแล้ว นั่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว แล้วก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกสิ่งจะผิดพลาดจนถึงคุณพูดว่า นี่แหละ นี่เป็นวาระสุดท้ายของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมแพ้หรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณแค่เริ่มต้น คิดคำนวณ ดูหนังออนไลน์ฟรี แก้ปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป แล้วหลังจากนั้นก็ถัดไป เมื่อคุณแก้ปัญหาได้มากพอเพียง ในที่สุดคุณจะได้กลับบ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความอ้างว้างในใจของ ฮิโรโกะ วาตาท้องนาเบะ แล้วก็ความเจ็บนั้นก็ถูกเยียวยาโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่เธอทดลองเขียนถึงสามีของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ หญิงที่ชื่อรวมทั้งสกุลดังชายแฟนของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าเช่นกันอย่างกับแฝดได้มาเจอะกัน ความลับในอดีตที่หลบซ่อนอยู่ข้างในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้พบกับการก้าวผ่านความเจ็บปวดของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็พบกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ต้องฝ่าฟันขวากหนามมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ต่างมารุมเร้าเขาจนถึงกับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้านในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสุขเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่สิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะเสียใจแค่ไหนก็ตาม แต่หากเรามองหาความสบายที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนแสงสว่างพระจันทร์กลมโตที่ทำให้คุณอบอุ่นในตอนกลางคืนอันมืดมิดอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบเธอ…ให้ไม่ลืม
หากเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีใครลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความทรงจำที่มีร่วมกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา แล้วก็ความเจ็บปวดไม่ใช่วาระสุดท้ายของความสัมพันธ์ แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองเยียวยากันและกัน และเติบโตในความเกี่ยวข้องต่อไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นมะเร็งจึงไร้ซึ่งแรงจูงใจอะไรก็ตามสำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนสนิทคู่กาย เริ่มชักชวนเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆบ้าระห่ำสารพัน ก่อนที่นั่นจะเปลี่ยนเป็นข้อคิดสำคัญว่า ในที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเสียใจไปเพราะอะไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์ตามใจฉัน อาจซึ่งก็คือคำว่าชีวิตได้ดีมากว่าการนั่งถอนหายใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้
เนื่องจากบางทีคุณอาจจะร้อนใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงแค่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไร้เสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แล้วก็นี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ หนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะมีโอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา และเงียบสงัด จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพอใจ กลายเป็นความทุกข์ใจที่เขาก้มหัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองหนุ่มสาว โนอาห์แล้วก็อัลลี ที่ได้ตกหลุมรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน ก่อนที่ต่อมาทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน คือทางออกที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับความทุกข์ที่กำกวม ซึ่งหลายๆคนมักเรียกว่า ‘ความคาดหมาย’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนปั่นหัวใจปึ้ก
นี่อาจเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ทรมานสะดุดใจแล้วก็เตะตาเรามากที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กหนุ่มขวยเขินที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมและแพทริก สหายกลุ่มแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง หนุ่มน้อยทั้งหลายทำให้พวกเรารู้ว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนคอยฟังรวมทั้งอยู่ดูแลดวงใจตอนที่หมดหวัง เป็นหนทางหลักที่ไม่ต้องนั่งขจัดปัญหาคนเดียวให้ทรมาทรกรรมจนเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก คือเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่กำลังพบกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างราวกับแสงของดวงสาว เพียงแค่ดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงเบาๆริบหรี่ลงเนื่องจากเรื่องของความเกี่ยวพัน และชายวัยกลางคนซึ่งไม่ต่างอะไรกับดาวฤกษ์ที่แสงในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาเจอกันจึงกลายเป็นแรงที่สนับสนุนกันและช่วยทำให้แสงที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาเปล่งประกายได้อีกรอบ แม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆโดนใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้เราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ ดูหนังซีรี่ย์ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ทำความเข้าใจ ยอมรับ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ แม้ว่าเบื้องต้นจะมองเหมาะกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้เท่าทันและจัดการกับอารมณ์ตัวเอง แต่สำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์หดหู่ หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สอน แต่ว่าดึงรวมทั้งคาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ทำหน้าที่คัดเลือกกรองแล้วก็ตีความหมายอีกที

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ต่างกันเช่นกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บปวดเป็นยังไง การมีชีวิตเป็นอย่างไร และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่เราลืม ประโยคต้นๆจากตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันประเด็นนี้ที่เชิญชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่เจอกับวิกฤตวัยกลางคนไปจนจบ ผู้ชายที่พากเพียรดิ้นรนเสาะหาความสุขภายใต้หน้ากาก เราตามติดว่าท้ายสุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก การงาน หรือครอบครัว เราไม่บอก แต่เพียงแค่ทราบดีว่าการไม่หลอกตัวเองแล้วก็ยอมรับให้ได้อาจจะเป็นยารักษาใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว